01

JJ check in ชิมจานเด็ดจากสุดยอดเชฟของเมืองไทย!


เนื่องจากเป็นวันพิเศษที่เพื่อนสาวออกเรือนจุ๋ยเลยวางแผนพานางไปฉลองสละโสดก็ต้องเป็นอาหารมื้อพิเศษซักหน่อย ครั้งนี้จุ๋ยเลือกที่ Vivarium by Chef Ministry ค่ะ ส่วนเมนูที่เลือกสั่งให้นางวันนี้ก็จะเป็นเมนูจาก Mekhong Elite Table ค่ะความพิเศษของเค้าจะอยู่ตรงที่เป็นเมนูจากฝีมือเชฟกระทะเหล็กเมืองไทยเชฟจุมพลแจ้งไพรสุดยอดเชฟอาหารไทยและเชฟบุญธรรมภาคโพธิ์สุดยอดเชฟอาหารญี่ปุ่นของไทยนี่!! แค่ฟังชื่อเชฟท้องก็ร้องโครกครากทันทีเลยทีเดียวแต่เดี๋ยวก่อน! ที่เด็ดไปกว่านั้นคืออาหารแต่ละเมนูจากเชฟนั้นจะจับคู่กับสุดยอดเครื่องดื่มที่เชฟแนะนำว่ามันจะทำให้รสชาติอาหารเริ่ดเลอกว่าทานเดี่ยวๆนะจ๊ะสาวๆ อย่ารอช้าตอนนี้สาวๆคงจะอยากเห็นหน้าคร่าตาของแต่ละเมนูกันแล้ว เริ่มที่เมนูแรกที่เสริฟมาคือเมนูเรียกน้ำย่อย “หอยเชลล์ย่างต้มข่าเอสพลูม่า” พอวางจานลงที่โต๊ะปุ๊บสิ่งแรกที่เตะจมูกคือกลิ่นหอมๆของข่าไม่รอช้าค่ะตักเข้าปากชิมทันที! อื้อหือออออ.. หอยเชลล์นี่นุ่มมากแทบจะละลายในปากกันเลยทานคู่กับเห็ดอื้อหืออ..  หวานมันอร่อยมากจริงๆต้องขอบอกก่อนนิดนึงว่าปกติแล้วจุ๋ยเป็นคนไม่ชอบกินหอยเชลล์นะคะเพราะส่วนใหญ่ที่เจอจะเหนียวและไม่ค่อยมีรสชาติแต่เจอหอยเชลล์ที่นี่เข้าไปทานจนหมดเลยค่ะอดใจไม่ไหวเลยต้องไปล้วงเคล็ดลับความอร่อยมาทันทีได้ความมาว่าหอยที่ใช้นั้นเป็นหอยเชลล์ฮออกไกโดนำมาย่างแล้วราดด้วยต้มข่าเอสพลูม่าฟังเหมือนจะง่ายแต่ไม่ใช่แค่นั้นค่ะเชฟต้องใช้เวลาทำล่วงหน้า 6 ชั่วโมง!!! กว่าจะได้เอสพลูม่าที่รสละมุนนุ่มลิ้นเราขนาดนี้ช่างเหมาะจะเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยจริงๆค่ะ เมนูถัดมา “พล่าปลาฮามาจิสมุนไพร” ยังคงเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยแต่จานนี้จะมีรสชาติเปรี้ยวนำตามด้วยเผ็ดและหวานปลายส่วนตัวแล้วจานนี้ถูกปากมากค่ะกลิ่นเค้าจะเหมือนลาบหอมข้าวคั่วจัดจ้านขึ้นกว่าจานแรกรสหวานของเนื้อปลาฮามาจิตัดกับรสชาติเปรี้ยวเผ็ดของยำและกลิ่นสมุนไพรอย่างดีงามที่ประทับใจกว่านั้นคือเครื่องดื่มที่เชฟแนะนำให้ทานคู่กันชื่อว่า “แม่โขงไทยสบาย” ค่ะรสชาติของเค้าก็จะออกเปรี้ยวหวานมีกลิ่นสมุนไพรในทางเดียวกันกับอาหารทำให้เพิ่มความอยากอาหารในเมนูถัดไปได้อย่างดีทีเดียว เมนู soup ต่อมาที่เชฟเลือกเสริฟในคอร์สจะเป็นต้มยำค่ะ “ต้มยำปูทาราบะ” ปูทาราบะนี่ก็เป็นปูยักษ์จากฮอกไกโดนะคะคงไม่ต้องบรรยายถึงความสดหวานและเนื้อแน่นเมนูปูนี้ทานง่ายขึ้นเพราะเป็นก้ามปูที่ทุบมาแล้วรสชาติน้ำต้มยำนี่พูดได้คำเดียวว่า “เด็ด!!” แถมยังมีกลิ่นสมุนไพรของเครื่องต้มยำเตะจมูกให้ชวนหิวด้วยจานนี้น่าจะถูกปากทั้งคนไทยและต่างชาติเพราะเป็นต้มยำที่เราคุ้นเคยรสเข้มข้นแต่ไม่เผ็ดหวานหอมอย่างที่บอกค่ะ และแล้วเราก็มาถึง main course แรกของวันนี้ “แกงส้มใต้ปลาหิมะนึ่งอุด้งญี่ปุ่น”...