SHOW YOUR LOVE OF USA SALMON

JJ Checkin คราวนี้เราจะพาไปชิมและเรียนรู้เรื่องปลาแซลมอนกันค่ะ

หลายๆ คนคงจะมองบนใส่แล้วคิดว่า เอ๊ะ! แซลมอนก็ปลาที่เนื้อสีส้มๆ ไงยะ โอ้ย! ชั้นกินบ่อย จะต้องให้รู้อะไรอีกกกกก!!?

จุ๋ยได้รับเกียรติให้ไปร่วมงาน SHOW YOUR LOVE OF USA SALMON ซึ่งจัดโดย กระทรวงเกษตร สหรัฐอเมริกา (USDA) ร่วมกับร้านอาหาร CRAB&CLAW ซึ่งครั้งนี้ไปกันที่สาขาสยามพารากอนค่ะ และในคืนนี้เราจะได้ชิมอาหารที่ปรุงโดย executive chef Colin James Steven ค่าาาาา

รู้เรื่องปลาแซลมอน10

ภายในงานวันนั้นมีการนำเสนอที่สุดแห่งปลาแซลมอนธรรมชาติจาก Alaska และชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกตะวันตกเฉียงเหนือ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ King Salmon, Sockeye Salmon และ Keta Salmon ซึ่งแต่ละสายพันธุ์นั้นก็จะมีขนาดตัว สีของเนื้อ และรสชาติที่แตกต่างกันออกไปค่ะ

รู้เรื่องปลาแซลมอน11

ก่อนที่พวกเราจะได้เริ่มกินอาหารค่ำคืนนั้น ท่านอุปทูต Peter Haymond สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาล้อมไปด้วยมหาสมุทรแปซิฟิกและแอตแลนติก ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลมากๆ ซึ่งปลาแซลมอนถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของ Alaska และชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกตะวันตกเฉียงเหนือเลยนะคะ แซลมอนที่จับจากแหล่งนี้จะขึ้นชื่อเรื่องความสดใหม่ ไขมันต่ำ มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และที่สำคัญคือ ไม่มีสารปรุงแต่งต่างๆ อย่างแน่นอน เช่น การแต่งสีเนื้อปลาหรือการสารเร่งการเจริญเติบโต ส่วนการจับปลาแซลมอนของที่นั่นก็ยังคงใช้วิธีแบบดั้งเดิมที่สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งว่ากันว่ามีความมั่นคงและยั่งยืนที่สุดในโลก เข้าใจง่ายๆ ก็คือเค้าใช้หลัก การทำการประมงอย่างยั่งยืน (sustainable seafood) ค่ะ

ปลาแซลมอนธรรมชาติได้รับการกล่าวถึงในด้านคุณค่าทางโภชนาการมากมาย เนื้อปลาอัดแน่นไปด้วยกรดไขมันโอเมกา 3, DHA, โปรตีน, วิตามิน A, วิตามิน B รวม, แคลเซียม และแร่ธาตุต่างๆ (ต้องขอแอบบอกนิดนึงว่า ในปัจจุบันแซลมอนที่เรากินกันส่วนใหญ่นั้นจะเป็นปลาที่ถูกเลี้ยงในฟาร์มค่ะ) ปลาแซลมอนธรรมชาติ เป็นปลา 2 น้ำ คือ สามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งในน้ำเค็มและน้ำจืด พวกเค้าจะผสมพันธุ์และให้กำเนิดลูกในน้ำจืด แต่จะไปดำรงชีวิตและโตในน้ำเค็ม ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี โดยจะอาศัยอยู่ในมหาสมุทรเป็นหลัก แล้วพอถึงช่วงฤดูฝนและฤดูหนาวซึ่งเป็นฤดูวางไข่ พวกเค้าก็จะว่ายทวนกระแสน้ำจากมหาสมุทรเข้าสู่แม่น้ำเพื่อกลับไปผสมพันธุ์และวางไข่ในน้ำจืดค่ะ

รู้เรื่องปลาแซลมอน9

 

เชฟกล่าวว่า คนส่วนใหญ่นิยมรับประทานปลาแซลมอนแบบสดๆ เพื่อที่จะได้สัมผัสถึงรสชาติแท้ๆ แต่ก็ยังสามารถนำไปอบ ย่าง หรือทอด ทำเป็นเมนูใหม่ๆ ที่ให้ความแตกต่างได้เช่นกันค่ะ

ขอพูดถึงเรื่องราวของปลาแซลมอนที่เชฟนำมาใช้ในการปรุงอาหารให้เราในวันนี้ก่อนนะคะ มี 3 สายพันธุ์ค่ะ

- สายพันธุ์แรก คือ Alaska Keta Salmon พวกเค้ามีระยะเดินทางยาวไกลที่สุดในหมู่ปลาแซลมอน บางครั้งว่ายน้ำไกลถึง 3,000 กิโลเมตร ก่อนจะกลับไปที่แหล่งกำเนิดเพื่อวางไข่ การที่ออกกำลังกายหนักขนาดนี้ ทำให้มีเนื้อที่ไร้ไขมัน มีรสชาตินุ่มละมุน

- สายพันธุ์ที่สอง คือ Alaska Sockeye Salmon เค้าจะมีเอกลักษณ์ตรงที่เนื้อจะมีสีแดงเข้มแม้ว่าจะปรุงสุกแล้วก็ตาม ทำให้เวลานำไปทำอาหารจะได้สีสันของอาหารที่สวยงาม เนื้อของปลาแซลมอนชนิดนี้จะมีกลิ่นเฉพาะตัว แต่ไม่มีความคาวนะคะ เจ้ากลิ่นนี่ก็มากจากอาหารที่พวกเค้ากิน ได้แก่ แพลงตอนและเคย แต่ก็ล้วนอาศัยในธรรมชาติและไม่มีสารพิษเจือปนแน่นอนค่า

- สายพันธุ์สุดท้ายยย.. ทาด้าาาาา!! Alaska King Salmon เป็นที่นิยมบริโภคกันมากที่สุด ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดของปลาแซลมอนธรรมชาติ มีขนาดใหญ่ที่สุด มีรสชาติที่ยอดเยี่ยม เนื้อแน่น นุ่มละเอียด มีไขมันโอเมกา 3 มากกว่าทุกสายพันธุ์ สีของเนื้อก็จะเป็นสีส้มๆที่เราคุ้นเคยกันค่ะ

รู้เรื่องปลาแซลมอน12

และก็มาถึงอาหารที่เรารอคอยในวันนี้ มีทั้งหมด 5 เมนูค่ะ

รู้เรื่องปลาแซลมอน8

จานแรก “Carpaccio Trio” เมนูนี้ก็คือเนื้อ Salmon สดๆ ทั้ง 3 สายพันธุ์ ราดซอส Chimichurri และเกลือฮาวายรมควัน มีเลม่อนมาแกล้มค่ะ (ในรูปเรียงกันตามลำดับจากซ้าย Keta, Sockeye และ Red King Salmon) เปรียบเทียบกันให้ชัดๆ ไปเลยว่าเนื้อแต่ละชนิดเป็นยังไง ส่วนตัวจุ๋ยชอบ King Salmon มากที่สุดเพราะมีความมันค่ะ แต่อีก 2 แบบก็ละมุนไม่แพ้กันเลย

รู้เรื่องปลาแซลมอน7

จากที่สอง “Keta Consommé” เป็นซุปใสจาก Keta Salmon พร้อมเนื้อปลา แล้วก็มีสาหร่ายผมนางของดีจากภาคใต้บ้านเราค่ะ รสชาติน้ำซุปก็กลมกล่อมน้ำปลา แต่ไม่คาวนะคะ เนื้อปลาก็ไม่มีมันแทรกเลย ไม่เลี่ยนดีค่ะ

รู้เรื่องปลาแซลมอน6

จานถัดมา “Salmon Cakes” ใช้เนื้อปลา Sockeye Salmon ที่ทำเป็นมูสนำไปห่อใบตองแล้วนึ่ง หน้าตาออกมาคล้ายๆ ห่อหมกค่ะ กินคู่กับมะเขือเทศแฮร์ลูมและถั่วคล้าทะเลดอง จานนี้จุ๋ยว่าแปลกดีค่ะ รสชาติก็จะออกทางมันๆ ครีมๆ แต่ส่วนตัวปกติจุ๋ยกินรสจัด ถ้าได้ความแซ่บหน่อยน่าจะเริ่ดเลยค่ะ

รู้เรื่องปลาแซลมอน5

ก่อนจะได้กินเมนูที่สี่ซึ่งเป็น main dish มีการเสริฟ sorbet เสาวรสคั่น เรียกง่ายๆ ว่าเมนูล้างปากค่ะ เปรี้ยวปริ้สสสสสสสสสส สะใจดีจริงๆ

รู้เรื่องปลาแซลมอน4

จานต่อมา “Red King Fillet” เนื้อปลา Red King Salmon ทาบบนน้ำมันพอสุก ราดซอส Jack Daniels นิดหน่อย แกล้มกับผักต้นอ่อน ต่างๆ ย่าง และเครื่องเคียงเป็น puree ดอกกะหล่ำค่ะ อร่อยมากๆ ค่ะ ทุกอย่างลงตัวไปหมด แต่ชิ้นใหญ่มาก จุกทีเดียว

รู้เรื่องปลาแซลมอน3

จานสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด “Gravlax” เป็น Keta Salmon หมักรมควัน ด้านบนโปะด้วยไข่ปลาแซลมอน อื้อหืออออ.. กินคู่กับผักสลัดเอ็นไดว์และมีเกลือเค็มๆ ให้แกล้ม ส่วนตัวจุ๋ยชอบนะคะ หวานเนื้อปลาผสมกับรสเค็มของไข่ปลาและความมัน มีผักแกล้ม ต้องบอกว่าดี๊ดีค่ะ

รู้เรื่องปลาแซลมอน2

ตบท้ายด้วยของหวานแบบเปรี้ยวๆ Lemon Curd Tart ไม่ต้องพูดอะไรมาก เราสายขนมอยู่แล้ว ฟินค่ะ!

รู้เรื่องปลาแซลมอน1

นั่นแน่!! อยากจะออกไปจับปลาแซลมอนมากินกันตอนนี้เลยใช่มั้ยล่ะคะ? อยากกินปลาแซลมอนธรรมชาติแท้ๆ ไม่ต้องเหนื่อยไปจับเองนะคะ สามารถไปสัมผัสรสชาติความสดใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการของแซลมอนธรรมชาติจาก Alaska และชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกตะวันตกเฉียงเหนือ ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ที่ร้าน CRAB&CLAW สาขา The Emquartier และ Siam Paragon นะคะ ส่วนคนที่รักการทำอาหารเอง พร้อมพบกับความหลากหลายของวัตถุดิบชั้นเลิศจากประเทศสหรัฐอเมริกาได้ที่ supermarket ในเครือ The Mall, Central และ Foodland ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ยัง.. ยังไม่จบค่ะ ในเดือนกรกฎคมนี้ มีเมนูพิเศษสำหรับคนรัก Salmon ที่ Central Food Hall และ Tops Market ด้วยค่ะ

 

งานนี้สาวกปลาแซลมอนห้ามพลาดเลยนะคะ แซลมอนจะเยียวยาทุกอย่างค่ะ!

 

Leave a Reply